บทบาทของสื่อเทคโนโลยี

นักอนาคตศาสตร์เชื่อ ใน 30 ปี เทคโนโลยีจะช่วยให้คนมีชีวิต “อมตะ”

life

เชื่อกันว่าภายใน ทศวรรษ เทคโนโลยีล้ำสมัยจะช่วยให้คนที่เกิดหลังปี พ.ศ. 2513 มีชีวิต อมตะ

    ความคิดนี้มาจากการคาดคะเนของ ดร. Ian Pearson นักอนาคตศาสตร์ (futurologist) ระดับแนวหน้า “ด้วยพัฒนาการของเทคโนโลยีเชื่อได้ว่าคนที่มีชีวิตอยู่จนถึงปี พ.ศ. 2593 อาจมีชีวิตที่เป็นอมตะ”
     ดร. Pearson อ้างถึงเทคโนโลยีหลายอย่างที่จะทำให้เรื่องนี้เป็นจริงขึ้นมาได้ ซึ่งรวมถึงพันธุวิศวกรรมที่จะช่วยคืนความเป็นหนุ่มสาวให้กับเซลล์ในร่างกายและไบโอเทคโนโลยีที่จะช่วยสร้างอวัยวะใหม่ขึ้นมาทดแทนอวัยวะที่เสื่อมสภาพไป “ไม่มีใครอยากเป็นอมตะในสภาพของคนอายุ 80-90 หรอก ถ้าทำได้ใคร ๆ ก็อยากให้ตัวเองเหมือนเมื่อตอนอายุ 20-30 ด้วยกันทั้งนั้น”
     ดร. Pearson ยังมองว่าชีวิตที่ไม่มีวันตายอาจไม่ได้หมายถึงการยึดติดกับร่างกายเดิม “ถ้าอุปสรรคของชีวิตอมตะคือร่างกายที่เสื่อมสลายไปตามกาลเวลา ต่อไปอาจมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถอัปโหลดจิตสำนึกไปเก็บไว้ใน “clound” จากนั้นก็ดาวน์โหลดใส่แอนดรอยด์หรือหุ่นยนต์เหมือนคนแบบไหนที่ไหนก็ได้ทั่วโลก หมายความว่าแม้สังขารจะร่วงโรยไปแต่จิตสำนึกของเราจะยังคงอยู่ตลอดไป “ถึงตอนนั้นคุณอาจเลือกหุ่นยนต์ที่ดูอายุเท่าไหร่ก็ได้ เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้”
      ดร. Pearson เชื่อว่าเทคโนโลยีทั้งหลายทั้งปวงเพื่อชีวิตที่เป็นอมตะนี้เกิดได้ภายในปี 2593 หรืออีกประมาณ 30 ปี “ถ้าคุณเกิดหลังปี 2513 ปีนี้คุณอายุ 48 คนที่อายุไม่ถึง 50 ถือว่ายังมีโอกาสได้ใช้เทคโนโลยีนี้ หรือก็คือมีโอกาสจะมีชีวิตที่เป็นอมตะ ส่วนคนที่ตอนนี้ยังอายุไม่ถึง 40 คุณได้รับโอกาสนั้นแน่นอน” ในช่วงแรกค่าใช้จ่ายจะต้องสูงมากแน่ ๆ ซึ่งจะมีเพียงมหาเศรษฐีเท่านั้นที่เอื้อมถึง แต่ให้หลังประมาณ 10 ปี ชนชั้นกลางทั่วไปก็น่าจะเข้าถึงได้
ที่มาของข่าว  http://campus.sanook.com/1389637/

วิจารณ์ข่าว

ข้อดี : ทุกคนจะได้มีความสุขกับชีวิตของตนเองอย่างเต็มที่ มีเวลาล้นหลามเพื่อทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ หากเรารู้ความผิดพลาดของตัวเอง ก็ยังมีโอกาสกลับไปแก้ไขได้เสมอ
ข้อเสีย : ถ้าในอนาคต มนุษย์ทุกคนสามารถเป็นเป็นอมตะได้ ก็คงไม่มีใครคิดถึงความสูญเสีย ความผิดหวัง ความเจ็บปวด ไม่เห็นคุณค่าของเวลาที่เสียไป ทุกคนคงจะชินกับชีวิตที่ฝากไว้กับเทคโนยี ทุกคนคงจะไม่คำนึงถึงความจริงของชีวิตที่ทุกคนจะต้องยอมรับ นั่นคือความตาย แต่ถ้าหากวันหนึ่ง เทคโนโลยีเกิดผิดพลาด ทุกคนจะยอมรับการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่เหล่านั้นได้หรือ
       อีกทั้งทุกวันนี้ ภาวะโลกร้อนที่เกิดจากมนุษย์นั้นมีมาก หากมนุษย์เกิดมาแล้วไม่ตาย โลกก็จะมีประชากรเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มลพิษก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย และสุดท้าย มนุษย์จะไม่สามารถอยู่บนโลกได้อีกต่อไป

Post a Comment

0 Comments